ของดีอยู่ในทีม! เทรย์ ไนโอนี่ พิสูจน์ศักยภาพพร้อมเป็นตัวเลือกในแผงมิดฟิลด์ลิเวอร์พูล

สาวก "เดอะ ค็อป" ทราบเป็นอย่างดีว่า ลิเวอร์พูล จำเป็นต้องเสริมทัพเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับขุมกำลัง แต่การทัวร์ปรีซีซั่นของทีมในครั้งนี้ได้สะกิดให้แฟนบอลรู้ว่าพวกเขายังมีนักเตะพรสวรรค์อีกหลายคนที่พร้อมใช้งานภายใต้การกุมบังเหียนของ อันโดนี่ อิราโอล่า

ตลาดซื้อขายนักเตะคือสิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงความตื่นเต้นของแฟนบอลในช่วงซัมเมอร์ การได้เห็นนักเตะหน้าใหม่ที่มีชื่อเสียงย้ายเข้ามา มักมาพร้อมกับความรู้สึกถึงความเป็นไปได้และความหวังใหม่ ๆ

บางครั้งการเสริมทัพเหล่านั้นก็ประสบความสำเร็จ แต่บางครั้งก็ไม่เป็นไปตามคาด หรืออาจต้องใช้เวลาในการปรับตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ ลิเวอร์พูล ต้องเผชิญเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

ความน่าตื่นเต้นของนักเตะใหม่มาจากความไม่แน่นอน จากคำถามที่ว่าพวกเขาจะสร้างอะไรให้กับทีมได้บ้าง? อย่างไรก็ตาม บางครั้งสิ่งที่สโมสรต้องการจริง ๆ อาจอยู่ในทีมอยู่แล้ว เพียงแค่รอโอกาสที่จะได้รับการพิสูจน์ตัวเอง

ยกตัวอย่าง เทรย์ ไนโอนี่ คือหนึ่งในนักเตะประเภทนั้น นี่ไม่ได้หมายความว่า ลิเวอร์พูล ไม่จำเป็นต้องเสริมทัพ เพราะการเพิ่มตัวเลือกในเกมรุกยังคงเป็นสิ่งสำคัญ หากทีมต้องการประสบความสำเร็จในฤดูกาลนี้

กระนั้นปัญหาบางอย่างของพวกเขาอาจได้รับการแก้ไขจากบรรดาดาวรุ่งที่มีอยู่ในทีมแล้วเช่นกัน

ผลงานปรีซีซั่นที่แสนโดดเด่น

หลังย้ายมาจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2023 กองกลางดาวรุ่งรายนี้ค่อย ๆ ใช้เวลาในการพัฒนาตัวเองทั้งด้านเทคนิคและสภาพร่างกาย แต่ตอนนี้เขาดูพร้อมแล้วสำหรับการก้าวขึ้นมาเผชิญความท้าทายบนเวที พรีเมียร์ลีก

ในวัยเพียง 19 ปี ไนโอนี่ กลายเป็นนักเตะที่โดดเด่นที่สุดของ ลิเวอร์พูล จากการลงเล่นในเกมปรีซีซั่น 3 นัดแรก

เนื่องจาก ไรอัน กราเฟ่นแบร์ก และ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ มีส่วนร่วมกับทีมเพียงเล็กน้อยและยังไม่ได้ลงสนามเลยตามลำดับ หลังจากภารกิจในศึกฟุตบอลโลก โอกาสดังกล่าวจึงเปิดกว้างให้ ไนโอนี่ ได้แสดงศักยภาพ และเขาก็ใช้มันเพื่อยืนยันว่าตัวเองสมควรได้รับตำแหน่งในทีมชุดใหญ่

ที่ผ่านมานักเตะได้อยู่ร่วมกับทีมชุดใหญ่มาตลอด 2 ฤดูกาล และออกสตาร์ตเป็นตัวจริงไปแล้ว 4 เกม แต่ช่วงซัมเมอร์นี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นตัวหลักของทีมอย่างเต็มตัว

แน่นอนว่าต้องมีข้อควรระวัง เนื่องจากเกมเหล่านี้เป็นเพียงการแข่งขันกระชับมิตรช่วงปรีซีซั่น แต่ ไนโอนี่ ก็แสดงให้เห็นว่าเขาคือหนึ่งในตัวเลือกที่คู่ควรสำหรับการออกสตาร์ตให้กับ อิราโอล่า

ในการเล่นระบบกองกลางสองคนร่วมกับ โดมินิค โซบอซไล หรือ เจมส์ แม็คคอนเนลล์ เขาลงเล่นไปครึ่งหนึ่งของเวลาการแข่งขันทั้งหมดที่ ลิเวอร์พูล พบกับ ซันเดอร์แลนด์, เร็กซ์แฮม และ ลีดส์ ยูไนเต็ด

จากเวลาลงสนาม 135 นาที ข้อมูลจาก FotMob ระบุว่า ไนโอนี่ ผ่านบอลสำเร็จถึง 92 เปอร์เซ็นต์ จากการจ่ายบอลทั้งหมด 154 ครั้ง

ในอีกมุมหนึ่ง ตัวเลขนี้อาจไม่ได้สร้างความประหลาดใจมากนัก เพราะแฟน "หงส์แดง" รู้กันอยู่แล้วว่า ไนโอนี่ เป็นกองกลางที่เล่นบอลได้ละเอียด มีความสามารถในการครองบอลและช่วยให้เกมดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น

อย่างไรก็ตาม ภายใต้การคุมทีมของ อิราโอล่า เขาจะถูกคาดหวังให้ทำได้มากกว่านั้น การจ่ายบอลไปข้างหน้า การเล่นบอลในแนวดิ่ง และการออกบอลอย่างรวดเร็ว คือแนวทางสำคัญของกุนซือคนใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ ไนโอนี่ จะต้องพิสูจน์ว่าเขาสามารถทำได้ในระดับพรีเมียร์ลีก

ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเหมาะสม

ไนโอนี่ เป็นนักเตะของ ลิเวอร์พูล ที่จ่ายบอลเข้าสู่พื้นที่สุดท้ายของคู่แข่งได้มากที่สุดในช่วงปรีซีซั่น ด้วยจำนวน 23 ครั้ง โดยฟอร์มที่ดีที่สุดของเขาอาจเกิดขึ้นในเกมปะทะ "ยูงทอง" ลีดส์ ยูไนเต็ด

หลังจากที่ ไนโอนี่ ถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงพักครึ่ง ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายนำอยู่ 2-0 ก่อนที่ ไรอัน กราเฟนแบร์ก ซึ่งลงสนามเป็นครั้งแรกในช่วงปรีซีซั่น จะเข้ามาแทน อย่างไรก็ตาม ครึ่งหลัง "หงส์แดง" กลับเสียถึง 4 ประตู และจบเกมด้วยความพ่ายแพ้ 2-4

นอกจากบทบาทในการสร้างสรรค์เกมแล้ว ไนโอนี่ ยังช่วยงานเกมรับได้อย่างโดดเด่นเช่นกัน โดยในเกมกับ ลีดส์ เขาช่วยเกมรับได้อย่างดีเยี่ยม ดังนั้นนี่คือจุดเด่นของนักเตะที่ไม่ได้มีดีแค่เกมรุกเท่านั้น แต่เกมรับก็ไว้วางใจได้

โอกาสในแผงมิดฟิลด์ของ ลิเวอร์พูล

ด้วยสถานการณ์ที่ เคอร์ติส โจนส์ กำลังตกเป็นข่าวได้รับความสนใจจาก อินเตอร์ มิลาน ส่วน อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ จะกลับมาสมทบทีมในช่วงใกล้เปิดฤดูกาล และ ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ เหมาะกับบทบาทหมายเลข 10 มากกว่า ทำให้เวลานี้ ไนโอนี่ มีโอกาสสอดแทรกขึ้นมาในแผงมิดฟิลด์ของ ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล จำเป็นต้องมีขุมกำลังที่เพียงพอสำหรับฤดูกาลอันยาวนาน และหาก โจนส์ หรือ แม็ค อัลลิสเตอร์ ต้องย้ายออกจากทีม สถานการณ์ในแดนกลางก็จะยิ่งน่าเป็นห่วงมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ อาร์เน่อ สล็อต ต้องการเก็บ ไนโอนี่ ไว้กับทีมชุดใหญ่ แต่ยังไม่ไว้วางใจให้รับบทบาทสำคัญ แม้ในช่วงที่ แม็ค อัลลิสเตอร์ ฟอร์มตกก็ตาม อย่างไรก็ตาม ภายใต้การคุมทีมของ อิราโอล่า แนวทางอาจแตกต่างออกไป

หลังจากพัฒนาสภาพร่างกายจนแข็งแกร่งขึ้น ไนโอนี่ ดูพร้อมสำหรับการลงเล่นในเกมที่เข้มข้นเขี้ยวรากดินอย่างพรีเมียร์ลีก และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีสัญญาณว่า ลิเวอร์พูล มีแผนปล่อยเขาออกไปเก็บประสบการณ์ด้วยสัญญายืมตัวในเร็ว ๆ นี้

หาก ไนโอนี่ สามารถก้าวขึ้นมาประสบความสำเร็จกับทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลได้จริง นั่นย่อมถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของทีมงานสรรหานักเตะของสโมสร ที่มองเห็นศักยภาพและดึงตัวเขามาร่วมทัพตั้งแต่ยังเป็นดาวรุ่ง

ไนโอนี่ เป็นหนึ่งในนักเตะกลุ่มแรกที่ ลิเวอร์พูล ดึงตัวเข้ามา ภายใต้นโยบายใหม่ของสโมสรที่มุ่งคว้าดาวรุ่งฝีเท้าดีจากทีมอื่นมาปลุกปั้น แทนที่จะพึ่งพาเพียงนักเตะที่เติบโตจากอะคาเดมี่ของสโมสรเพียงอย่างเดียว

แน่นอนว่า เขายังต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยผลงานในสนาม และเส้นทางยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น แต่หาก ไนโอนี่ พัฒนาขึ้นมาตามความคาดหวัง เขาอาจช่วยให้ ลิเวอร์พูล ประหยัดงบประมาณก้อนใหญ่ในการเสริมทัพแดนกลางได้

อย่างไรก็ตาม การที่ ไนโอนี่ ยกระดับฝีเท้าขึ้นมา ก็ไม่ได้หมายความว่า ลิเวอร์พูล ไม่ควรเซ็นสัญญานักเตะใหม่ เพียงแต่ปัญหาในตำแหน่งมิดฟิลด์อาจมีเรื่องให้ต้องแก้ไขน้อยลงหนึ่งจุด

หาก ไนโอนี่ สามารถเป็นตัวเลือกในแผงมิดฟิลด์ได้จริงๆ นั่นจะทำให้ "เดอะ เร้ดส์" สามารถนำเงินก้อนโตที่จะใช้เสริมแดนกลาง เอาไปลงทุนในการดึงผู้เล่นเกมรุกระดับท็อปโดยเฉพาะบริเวณริมเส้น ซึ่งมีความจำเป็นอย่างมากในเวลานี้

2026-08-04T23:10:11Z