ไบเดนเปิดประชุมนาโต ลั่น ‘รัสเซียแพ้ ยูเครนชนะ’ | WORLD IN BRIEF

ไบเดนเปิดประชุมนาโต ลั่น ‘รัสเซียแพ้ ยูเครนชนะ’

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐ กล่าวต้อนรับบรรดาผู้นำองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) อย่างหนักแน่นในการประชุมสุดยอดนาโต ณ กรุงวอชิงตันดีซีเมื่อวันอังคาร (9 ก.ค.)

ปธน.ไบเดน ประกาศว่า พันธมิตรทางทหารมีอำนาจมากกว่าที่เคยเป็น ขณะที่เผชิญกับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุคจากสงครามยูเครน และเตือนว่าพวกเผด็จการได้ล้มล้างกฎระเบียบโลก และกลุ่มก่อการร้ายยังคงสร้างภัยคุกคามต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ไบเดนยังได้ประกาศเพิ่มความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครน และว่า สงครามจะสิ้นสุดลงเมื่อยูเครนยังคงเป็นประเทศที่เป็นอิสระและเป็นเอกราช

“รัสเซียจะไม่ชนะ ยูเครนจะชนะ” ไบเดน กล่าว

 

‘นาโต’ เชิญอินฟลูฯโซเชียลร่วมประชุม หวังเข้าถึงกลุ่ม ‘Gen Z’

บลูมเบิร์กเผยว่า องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ก็เหมือนกับคนวัย 75 ปีทั่วไป ที่ต้องการความช่วยเหลือในการเข้าถึงคนรุ่นใหม่

ปีนี้นาโตได้เชิญอินฟลูเอนเซอร์ 16 คนจากหลากหลายประเทศ รวมทั้งสหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศส เข้าร่วมการประชุมระหว่างวันที่ 9 - 11 ก.ค. ซึ่งอินฟลูฯแต่ละคนมาจากแพลตฟอร์มโซเชียลที่แตกต่างกันไป เช่น อินสตาแกรม และติ๊กต็อก

ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการยอมรับว่า สื่อดั้งเดิมไม่อาจทำให้การประชุมเข้าถึงกลุ่มคนเจน Z ได้ และแสดงให้เห็นว่า นาโตต้องคิดนอกกรอบมากขึ้นเพื่อดึงดูดการสนับสนุนจากสาธารณชน โดยเฉพาะในช่วงที่โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ และสมาชิกพรรครีพับลิกันคนอื่น ๆ เรียกร้องให้สหรัฐลดการใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศในยุโรป

‘โมดี’ วิจารณ์ ‘ปูติน’ ต่อหน้า ในห้วงประชุมกระชับสัมพันธ์

หนึ่งวันหลังจากเกิดเหตุโจมตีโรงพยาบาลเด็กแห่งหนึ่งในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย กล่าวกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เมื่อวันอังคาร (9 ก.ค.) ในห้วงการเยือนรัสเซีย ว่า การเสียชีวิตของเด็กผู้บริสุทธิ์เป็นเรื่องที่เจ็บปวดและโหดร้ายมาก 

รอยเตอร์ระบุ โมดีใช้ถ้อยคำแสดงอารมณ์เพื่อตำหนิปูติน ท่ามกลางการประชุมสุดยอดที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อเน้นย้ำความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ

แต่เนื่องจากปูติน ผู้ที่แทบไม่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ซึ่งหน้าเกี่ยวกับประเด็นสงครามในยูเครนจากผู้นำอินเดียที่รัสเซียมองว่าเป็นพันธมิตร การแสดงความคิดเห็นของโมดีผ่านโทรทัศน์จึงถือเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก

อนึ่ง รัสเซียได้อ้างอย่างไม่มีหลักฐานว่า การโจมตีดังกล่าวมาจากระบบต่อต้านขีปนาวุธของยูเครน

2024-07-10T03:23:56Z dg43tfdfdgfd